GoExam

ข้อสอบใบขับขี่สาธารณะ

ฝึกข้อสอบใบขับขี่สาธารณะสำหรับวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถสามล้อ พร้อมเฉลยอ้างอิงมาตรากฎหมาย เน้นหมวดที่ต่างจากใบขับขี่ทั่วไป ทั้งกฎหมายรถสาธารณะ มารยาทต่อผู้โดยสาร และความปลอดภัยในการรับส่ง ฟรี ไม่ต้องสมัคร

โหมดฝึกทำ

ฝึกทีละ 20 ข้อแบบสุ่ม ไม่จำกัดเวลา ดูเฉลยทันที

20
ข้อ
ไม่จำกัด
เวลา
ตามรูปแบบจริง

ข้อสอบจำลองเสมือนจริง

สุ่ม 30 ข้อ 45 นาที เหมือนสอบจริงจาก DLT

30
ข้อ
45m
เวลา
27/30
ผ่านเกณฑ์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องใบขับขี่สาธารณะ

ใบขับขี่สาธารณะต่างจากใบขับขี่ส่วนบุคคลอย่างไร?

ใบขับขี่ส่วนบุคคลใช้ขับรถของตัวเองเท่านั้น ส่วนใบขับขี่สาธารณะใช้สำหรับรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร เช่น วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถสามล้อสาธารณะ ผู้ขอต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งใบขับขี่ส่วนบุคคลไม่มีขั้นตอนนี้ และเนื้อหาที่สอบจะเพิ่มเรื่องกฎหมายรถสาธารณะ มารยาทต่อผู้โดยสาร และความปลอดภัยในการรับส่งเข้ามาด้วย

ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างจึงจะขอใบขับขี่สาธารณะได้?

ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องถือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราวมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถือใบอนุญาตส่วนบุคคลที่ยังไม่สิ้นอายุ นอกจากนี้ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอพอสมควร ไม่เป็นผู้ติดสุราหรือยาเสพติด และต้องไม่เคยถูกลงโทษหรือเปรียบเทียบปรับตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปในความผิดเกี่ยวกับการขับรถบางประเภท เว้นแต่พ้นโทษครั้งสุดท้ายมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน

ขั้นตอนการขอใบขับขี่สาธารณะมีอะไรบ้าง?

ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ จองคิวอบรม และรับหนังสือไปตรวจสอบประวัติอาชญากรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง จากนั้นทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เข้าอบรมตามหลักสูตร แล้วจึงสอบภาคทฤษฎี เมื่อผลตรวจประวัติออกและไม่พบประวัติอาชญากรรมจึงชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต หลักสูตรอบรมของรถจักรยานยนต์สาธารณะใช้เวลา 3 ชั่วโมง ส่วนรถยนต์และรถสามล้อสาธารณะใช้เวลา 5 ชั่วโมง

ใบขับขี่สาธารณะมีอายุกี่ปี?

ใบอนุญาตขับรถสาธารณะมีอายุ 3 ปี ซึ่งสั้นกว่าใบอนุญาตส่วนบุคคลชนิด 5 ปี ผู้ขับรถรับจ้างจึงควรวางแผนต่ออายุล่วงหน้า เพราะการขับรถรับจ้างขณะใบอนุญาตสิ้นอายุถือว่าไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องสำหรับการรับจ้าง

แนวข้อสอบชุดนี้มาจากไหน และใช้ฟรีจริงหรือไม่?

ทุกข้อเขียนขึ้นใหม่โดยอ้างอิง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 (รวมฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565) โดยเฉพาะหมวดรถแท็กซี่และการบรรทุกคนโดยสาร พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และคู่มือสำหรับประชาชนของกรมการขนส่งทางบก โดยระบุมาตราหรือแหล่งอ้างอิงไว้ในเฉลยทุกข้อ ใช้งานฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เว็บไซต์นี้เป็นสื่อช่วยฝึกทำข้อสอบ ไม่ใช่เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ

ตัวอย่างข้อสอบพร้อมเฉลย

ตัวอย่าง 12 ข้อ จากคลังข้อสอบทั้งหมด 131 ข้อ

  1. 1. เมื่อจะจอดรถริมทางเพื่อส่งผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ต้องจอดรถในลักษณะใด

    • จอดชิดขอบทางด้านขวาของทางเดินรถ เพื่อให้ผู้โดยสารลงได้เร็วขึ้น
    • จอดคร่อมระหว่างสองช่องเดินรถ เพื่อกันไม่ให้รถคันอื่นเบียดเข้ามา
    • เฉลย: จอดทางด้านซ้ายของทางเดินรถ โดยให้ด้านซ้ายของรถขนานชิดขอบทางหรือไหล่ทางในระยะห่างไม่เกิน 25 เซนติเมตร
    • จอดกลางช่องเดินรถแล้วเปิดไฟฉุกเฉินไว้จนกว่าผู้โดยสารจะลงเสร็จ

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 54

  2. 2. ก่อนหยุดรถหรือจอดรถเพื่อรับส่งผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณล่วงหน้าเป็นระยะเท่าใด

    • เฉลย: ไม่น้อยกว่า 30 เมตรก่อนถึงจุดที่จะหยุดหรือจอด และหยุดได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่กีดขวางการจราจร
    • ไม่น้อยกว่า 5 เมตรก่อนถึงจุดที่จะหยุดหรือจอด
    • ให้สัญญาณพร้อมกับเหยียบเบรกในจังหวะเดียวกัน
    • ไม่ต้องให้สัญญาณ หากผู้โดยสารเป็นผู้บอกให้จอดกะทันหัน

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 54

  3. 3. ผู้โดยสารขอลงรถตรงกลางทางร่วมทางแยกพอดี ผู้ขับขี่ควรทำอย่างไร

    • หยุดรถให้ลงทันที เพราะเป็นความประสงค์ของผู้โดยสาร
    • ชะลอรถให้ช้าที่สุดแล้วให้ผู้โดยสารก้าวลงโดยไม่ต้องหยุดรถ
    • หยุดรถกลางทางแยกและเปิดไฟฉุกเฉินไว้จนกว่าผู้โดยสารจะลงเสร็จ
    • เฉลย: ขับผ่านทางแยกไปก่อน แล้วหาจุดหยุดชิดขอบทางด้านซ้ายที่ปลอดภัยจึงให้ผู้โดยสารลง

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 55

  4. 4. การจอดรถรอผู้โดยสารบริเวณใกล้ทางข้าม (ทางม้าลาย) ต้องเว้นระยะห่างจากทางข้ามอย่างน้อยเท่าใด

    • 1 เมตร
    • เฉลย: 3 เมตร
    • จอดคร่อมทางข้ามได้ หากขณะนั้นไม่มีคนกำลังข้ามถนน
    • 20 เมตร

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 57

  5. 5. ผู้ขับขี่รถบรรทุกคนโดยสารต้องหยุดรถและส่งคนโดยสาร ณ จุดใด

    • เฉลย: ที่เครื่องหมายหยุดรถประจำทาง หรือ ณ สถานที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้
    • ที่ใดก็ได้ตามที่ผู้ขับขี่เห็นว่าตนเองสะดวก
    • เฉพาะที่สถานีขนส่งปลายทางเท่านั้น
    • ตรงจุดที่มีผู้โดยสารรายใหม่รออยู่ เพื่อประหยัดเวลาในการวิ่งรถ

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 88

  6. 6. ขณะส่งผู้โดยสารลงข้างทางบนถนนที่มีรถแล่นไปมา ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องคือข้อใด

    • ให้ผู้โดยสารลงทางฝั่งช่องจราจร เพื่อจะได้เดินข้ามถนนต่อได้ทันที
    • ออกรถทันทีที่เท้าของผู้โดยสารแตะพื้น เพื่อไม่ให้กีดขวางรถคันหลัง
    • ให้ผู้โดยสารเปิดประตูลงเองโดยไม่ต้องดูรถที่ตามมาด้านหลัง
    • เฉลย: ให้ผู้โดยสารลงทางฝั่งซ้ายที่ติดขอบทาง และรอจนผู้โดยสารพ้นตัวรถไปอย่างปลอดภัยแล้วจึงเคลื่อนรถ

    อ้างอิง: หลักความปลอดภัยในการรับส่งผู้โดยสาร (กรมการขนส่งทางบก)

  7. 7. จังหวะที่ถูกต้องในการให้ผู้โดยสารขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างคือเมื่อใด

    • ขณะรถยังเคลื่อนตัวช้า ๆ เพื่อไม่ต้องเสียเวลาหยุดรถ
    • เฉลย: เมื่อหยุดรถสนิท ตั้งลำรถให้มั่นคง เท้ายันพื้นทั้งสองข้าง และกางที่พักเท้าสำหรับผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว
    • เมื่อรถยังตั้งอยู่บนขาตั้งข้างและผู้ขับขี่ยังไม่ได้ขึ้นคร่อมรถ
    • เมื่อใดก็ได้ ตราบที่ผู้โดยสารยืนยันว่าตนขึ้นรถเองได้

    อ้างอิง: หลักความปลอดภัยในการรับส่งผู้โดยสาร (กรมการขนส่งทางบก)

  8. 8. ตามกฎหมาย คนโดยสารรถจักรยานยนต์ต้องนั่งในลักษณะใด

    • นั่งด้านหน้าผู้ขับขี่บนถังน้ำมัน หากเป็นการเดินทางระยะสั้น
    • นั่งหันข้างบนอานตัวเดียวกับผู้ขับขี่
    • เฉลย: นั่งซ้อนท้ายผู้ขับขี่บนอานที่จัดไว้สำหรับคนโดยสาร หรือนั่งในที่นั่งพ่วงข้าง
    • ยืนบนที่พักเท้าและใช้มือจับไหล่ผู้ขับขี่ไว้

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 121

  9. 9. ในการรับส่งผู้โดยสารด้วยรถจักรยานยนต์ ผู้ใดต้องสวมหมวกนิรภัย

    • เฉลย: ทั้งผู้ขับขี่และคนโดยสาร ต้องสวมทุกครั้งที่ขับขี่และโดยสาร
    • เฉพาะผู้ขับขี่เท่านั้น
    • เฉพาะคนโดยสารเท่านั้น
    • สวมเฉพาะเมื่อวิ่งบนถนนสายหลัก ส่วนในซอยไม่ต้องสวม

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 122

  10. 10. ผู้โดยสารบอกว่า “ไปแค่ปากซอย ไม่ต้องเอาหมวกก็ได้” ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างต้องทำอย่างไร

    • ทำตามที่ผู้โดยสารขอ เพราะการสวมหมวกเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของผู้โดยสาร
    • ให้ผู้โดยสารถือหมวกไว้ในมือ แล้วค่อยสวมเมื่อเห็นด่านตรวจข้างหน้า
    • รับส่งได้โดยไม่ต้องสวม หากระยะทางไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร
    • เฉลย: จัดหมวกนิรภัยให้ผู้โดยสารและไม่ออกรถจนกว่าผู้โดยสารจะสวม

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 122

  11. 11. การสวมหมวกนิรภัยให้ป้องกันอันตรายได้จริง ต้องสวมอย่างไร

    • วางหมวกครอบศีรษะไว้เฉย ๆ โดยปล่อยสายรัดคางห้อยลงมา
    • เลือกหมวกที่หลวมกว่าขนาดศีรษะหนึ่งเบอร์ เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี
    • เฉลย: สวมให้กระชับศีรษะและคาดสายรัดคางล็อกให้แน่นพอดีทุกครั้ง
    • เลื่อนหมวกไปด้านหลังศีรษะ เพื่อไม่ให้ขอบหมวกบังสายตา

    อ้างอิง: หลักความปลอดภัยในการรับส่งผู้โดยสาร (กรมการขนส่งทางบก)

  12. 12. เหตุใดผู้ขับขี่จึงต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากขึ้นเมื่อมีผู้โดยสารซ้อนท้ายหรือโดยสารเต็มคัน

    • เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้รถหยุดได้เร็วกว่าตอนขับคนเดียว
    • เฉลย: เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้ระยะหยุดรถยาวขึ้น จึงต้องมีระยะห่างพอที่จะหยุดได้อย่างปลอดภัย
    • เพราะผู้โดยสารบังกระจกมองหลังจนมองไม่เห็นรถคันหน้า
    • เพราะยางหลังจะเกาะถนนดีขึ้นจนสามารถเบรกกะทันหันได้เสมอ

    อ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40